Category Archive: เล่าเรื่องเมืองไทย

Nov 14

ประเพณีลอยกระทง

ลอยกระทง

“ประเพณีลอยกระทง”  เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ โดยมีคติความเชื่อหลายอย่าง เช่น เชื่อว่าเป็นการบูชาและขอขมาแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ เป็นการบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท เป็นต้น การลอยกระทงนิยมทำกันในวันเพ็ญ เดือน 12 ของทุก ๆ ปี อันเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำลำคลองขึ้นสูงและอากาศเริ่มเย็นลง ตามพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน และตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้กล่าวว่า นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทงสำหรับลอยประทีปเป็นรูปดอกบัวบานขึ้น ซึ่งคนทั่วไปนิยมทำตามสืบต่อมา นอกจากนั้นในศิลาจารึกหลักที่ 1 ยังได้กล่าวถึง งานเผาเทียน เล่นไฟ ของกรุงสุโขทัยไว้ด้วยว่า เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้ผู้รู้ทั้งหลายสันนิษฐานต้องตรงกันว่า งานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน ประวัติวันลอยกระทง นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า “ครั้นมาถึงเดือน 12 …

Continue reading »

Oct 15

เรือของชาวสยาม

เรือสยาม

“เรือของชาวสยาม” ชาวสยามในที่นี้หมายถึงคนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในที่ราบลุ่มในภาคกลางประเทศไทย ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่ราบลุ่มเต็มไปด้วย หนอง คลอง บึง น้ำท่วมนานหลายเดือนในแต่ละรอบปี เป็นเรื่องที่น่าจะเป็นอุปสรรคของการมีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งเป็นชุมชนเมือง แต่ชาวสยามเลือกมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ในลักษณะนี้และใช้ความชาญฉลาดปรับปรุงอุปสรรคนั้นให้มาเป็นประโยชน์ในการมีชีวิต รวมทั้งปรับตัวให้มีความสุขกับสิ่งแวดล้อมแบบนั้น กลายเป็นคนเมืองน้ำ พัฒนาสร้างสรรค์ชุมชนคนเมืองน้ำใหญ่น้อยขึ้นมากมาย และเมื่อราว ๒-๓ ศตวรรษก่อน ชุมชนคนเมืองน้ำของชาวสยามบางแห่งมีขนาดใหญ่ระดับมหานครมีประชากรอาศัยนับแสนคน เช่นพระนครศรีอยุธยาและกรุงเทพมหานคร เรื่องนี้เป็นหลักฐานของภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่งของชาวสยาม และเป็นเหตุผลสำคัญที่พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในฐานะเป็นชุมชนคนเมืองน้ำที่น่าศึกษาของโลก ชุมชนคนเมืองน้ำต้องมีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ เช่น สร้างบ้านเรือนลอยน้ำอยู่บนน้ำ (เรือนแพ) ขุดคลองเล็กคลองน้อยเชื่อมต่อกันใช้เป็นทางสัญจรแทนถนน ใช้เรือค้าขายรวมตัวกันเป็นตลาดน้ำ สร้างสรรค์เรือรูปแบบต่างๆ ขึ้น มีวัฒนธรรมและการบันเทิงพันพัวกับสายน้ำที่อยู่รอบๆ ตัว เช่น ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค การแข่งเรือประเพณีลอยกระทง และเรื่องอาหารการกินต่างๆ ที่หาได้จากทุ่งและลำน้ำ ว่ากันด้วยเรื่องการสร้างสรรค์เรือขึ้นใช้ของชาวสยามคนเมืองน้ำ เส้นทางน้ำในภาคกลางประเทศไทยมีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติรวมทั้งขุดขึ้นโดยมนุษย์ มีหลักฐานว่าการขุดคลองเชื่อมโยงต่อกันในภาคกลางประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งต้นสมัยอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือคลองลัดแม่น้ำ ทำให้เส้นทางน้ำของภาคกลางประเทศไทยเชื่อมโยงต่อกันได้เป็นตารางคล้ายใยแมงมุม เรือจึงเป็นพาหนะสำคัญในกิจกรรมต่างๆ เช่น ใช้ลำเลียงสินค้า ใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้เดินทางติดต่อ ใช้ประกอบพิธี ใช้ทำสงคราม  ใช้ในพิธีกรรมและพิธีการต่างๆ เป็นต้น การสร้างสรรค์เรือจึงต้องสร้างขึ้นให้เหมาะสมกับภารกิจต่างๆ ตามไปด้วย เช่น เรื่อเพื่อใช้ติดต่อค้าขายก็ต้องมีขนาดใหญ่ ท้องเรือกว้างใช้สำหรับบรรทุกสินค้า ส่วนเรือที่ใช้ในชีวิตประจำวันคือ …

Continue reading »

Sep 15

เครื่องเบญจรงค์

เครื่องเบญจรงค์

“เครื่องเบญจรงค์” เครื่องเบญจรงค์ เป็นเครื่องปั้นเคลือบที่ เขียนลายโดยวิธีลงยา (enamel) เป็นงานที่เกิดขึ้น ในประเทศจีน เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ใน รัชสมัยจักรพรรดิซวนเต๊อะ (ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๖๙-๑๙๗๘) ราชวงศ์หมิง มีการผลิตครั้งแรกในแคว้นกังไซ มณฑลเจียงซี (ที่ไทยเรียกว่า กังไส) และพัฒนาต่อมาจนเป็นที่นิยมอย่างมากในรัชสมัยจักรพรรดิเฉิงฮั่ว (ครองราชย์ พ.ศ. ๒๐๐๘-๒๐๓๐) การเขียนลาย โดยวิธีลงยาดังกล่าว ใช้สีตั้งแต่ ๓ สีขึ้นไป มีชื่อเรียกในภาษาจีนต่างๆ กัน ส่วนที่เรียกว่า เบญจรงค์ เป็นการเรียกตามแบบไทย ในความหมายตามคำเรียกหมายถึง การเขียนลวดลายลงบนงานที่ผลิตด้วยสี ๕ สี โดยทั่วไปเป็นสีดำ สีขาว สีเหลือง สีแดง และสีเขียว (หรือสีคราม) ในรัชสมัยจักรพรรดิวั่นลี่ (ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๑๖ -๒๑๖๒) มีการผลิตเครื่องเคลือบแบบเบญจรงค์มากที่สุด การผลิตทำติดต่อมาถึงสมัยราชวงศ์ชิง (ปกครองประเทศจีนระหว่าง พ.ศ. ๒๑๘๗-๒๔๕๔) ความสวยงามของเครื่องเคลือบเบญจรงค์ ทำให้เป็นที่ต้องการของคนไทย …

Continue reading »

Jan 16

จิตกรรมวัดภูมินทร์

“ภาพจิตกรรมวัดภูมินทร์” วัดภูมินทร์เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง อยู่ในตัวเมืองน่าน สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2139 มีลักษณะเด่นเห็นได้ชัด คือ พระอุโบสถมีบันไดนาคด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ดูเหมือนพญานาคสองตัวเลื้อยขนาบอยู่ ทางสถาปัตยกรรมถือว่าเป็นพระอุโบสถและพระวิหารในหลังเดียวกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่าทรงจตุรมุข มีจั่วสี่ด้าน เหมือนกับไม่มีด้านใดเป็นด้านหน้า ด้านหลัง ภายในยังมีพระประธานปางมารวิชัย 4 องค์ หันหลังชนกัน ปัจจุบันมีการสร้างองค์พระจำลองให้ปิดทอง วัดนี้เคยมีรูปอยู่บนธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮูปแต้มไทลื้อ จิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารมีลักษณะแปลกแตกต่างไปจากวิหารอื่นๆ เนื่องจากบอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ใช่เล่าเฉพาะเรื่องชาดก และการแต่งกายก็วาดตามแบบพื้นเมือง ไม่ได้วาดอย่างตัวละคร คติโดยทั่วไปเป็นตามแบบชาวไทลื้อ มีการอยู่ข่วงที่พ่อแม่ให้หนุ่มสาวได้พบกันในช่วงที่ปั่นฝ้ายที่ชานบ้าน ผู้เขียนภาพฝาผนังในวัดภูมินทร์นั้นเป็นคนเดียวกับที่เขียนภาพในวัดหนองบัว นั่นคือ หนานบัวผัน เป็นชาวไทลื้อ เขียนขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2410-2431 จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาพฝาผนังทั้งสองวัดจึงมีคติไปทางเดียวกัน และฝีมือก็เทียบเคียงกันได้ ทั้งนี้มีภาพร่างในปั๊บสา (สมุดไทย) ที่วัดหนองบัวด้วย ผ้าทอในฮูปแต้ม ขอใช้คำว่าฮูปแต้ม จะได้บรรยากาศพื้นเมือง อย่างไรก็ตาม คำว่า “จิตรกรรมฝาผนัง” คงจะทับมาจากคำว่า mural ในภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้กันติดปากทั่วไป   ภาพที่แสดงอยู่นี้ เป็นจิตรกรรมฝาผนังด้านตะวันออก …

Continue reading »

Sep 12

สีสันประเพณี

 “งานแห่กระธูป”   ประเพณีโฮมบุญออกพรรษาแห่งเดือนตุลาคม ในช่วงออกพรรษา ชาวพุทธมักมีความเชื่อที่จะถวายการสักการะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จากการเทศน์โปรดพุทธมารดา ในกาลนี้ ชาว อ. หนองบัวแดง จ. ชัยภูมิ จะทำต้นกระธูปด้วยการนำธูปไปพันด้วยกระดาษสีให้เป็นลวดลายต่างๆ แล้วประกอบเป็นต้นไปร่วมสมโภชน์ยังวัดต่างๆ เพื่อเป็นพุทธบูชา กระธูป ถือเป็นสัญลักษณ์แทนต้นหว้า ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชมพูทวีป มีบันทึกไว้ในหนังสือฎีกาพระมาลัยสูตร ความว่า ลักษณะของต้นธูปมีความยาวประมาณ 50 โยชน์ มีกิ่งใหญ่ 4 กิ่ง แผ่ออกไปใน 4 ทิศทาง กว้างเป็นปริมณฑลได้ 100 โยชน์ หมายถึงพระพุทธศาสนานี้เป็นร่มเย็นแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย เปรียบว่าต้นธูปนี้ จุดแล้วย่อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจายไปยังทิศต่างๆ เป็นที่ชื่นใจแก่มนุษย์ทั้งปวงที่ได้สัมผัส เกิดปีติ และความสุขความเบิกบาน (เรื่องจาก : หนังสือหนีกรุงไปปรุงฝัน)

Sep 08

วัฒนธรรมอาหาร

“ไข่ครอบ” เนื่องจากหลายวันก่อนได้อ่านบทความจาก KHRUA Magazine แล้วเจออาหารหน้าตาแปลกๆ นี้เห็นว่าน่าสนใจดีเลยขอคัดลอกเนื้อหาบางส่วนมาเผยแพร่ความรู้ทางวัฒนธรรมอาหารให้กับเพื่อนๆ เป็นการแชร์กันนะจ๊ะ ชายฝั่งทางทิศตะวันออกของทะเลสาบสงขลา คือ บ้านเกิดของวัฒนธรรมไข่ครอบ แผ่นดินที่มีลักษณะเหมือนแหลมนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคาบสมุทรสทิงพระ ไข่ครอบ เป็นวัฒนธรรมอาหารที่เกินขึ้นมาบนคาบสมุทรแห่งนี้คู่กับอาชีพประมงพื้นบ้าน เนื่องจากอวนสมัยก่อนทำจากด้ายดิบเมื่อถูกน้ำเค้มบ่อยๆ เส้นด้ายจะเริ่มพอง ทำให้อวนจมน้ำช้า ดักปลาได้น้อย และขาดง่าย ชาวบ้านจึงนำไข่ขาวมาผสมกับน้ำเล็กน้อย นำอวนด้ายดิบลงชุบแล้วนำไปนึ่งด้วยน้ำเดือดจัดประมาณครึ่งชั่วโมงจากนั้นนำไปตากแดดจนแห้งสนิท อวนจะเหนียวและทนทานขึ้น ไข่แดงปริมาณมากที่ถูกแยกไว้ในการย้อมอวนแต่ละครั้ง ชาวบ้านจะนำมาแปรรูปเพื่อเก็บไว้กิน โดยนำเปลือกไข่มาตัดแต่งจนขอบเรียบ กรอกไข่แดง 2 ฟองกลับลงไป นำเกลือทะเลป่นผสมน้ำคนอย่าให้ละลายหมด ตักน้ำเกลือนั้นหยอดลงในไข่แต่ละฟองโดยให้มีผลึกเกลือเกลื่อนอยู่บนผิวหน้าไข่แดงด้วย พักไข่ไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง นำไปนึ่งบนน้ำเดือดประมาณ 7 นาที ไข่แดงจะมันเหนียวพอดี กินเคียงได้ดีกับแกงคั่วทุกชนิด  (ภาพจาก : pantip.com เรื่องจาก : คุณญดา ศรีเงินยวง)

Aug 08

เมืองไทยไม่ไร้ราก

“หุ่นไทย…หัวใจไทย ”  หุ่นหลวง และ หุ่นวังหน้า เป็นหุ่นไทยแท้ที่มีการกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงผู้มาเยือนเมืองสยามในสมัยพระนารายณ์เมื่อราว 300 ปีก่อน เป็นหลักฐานยืนยันว่าการแสดงหุ่นแบบนี้มีอยู่จริง มีตัวข้าราชการรับผิดชอบ เป็นหุ่นที่มีการชักสายเป็นกลไกภายใน เมื่อเวลาล่วงมาถึงแผ่นดินรัตนโกสินทร์ ภาพการเล่นหุ่นก็มีบันทึกอยู่ในจิตรกรรมฝาผนังว่ามีการเล่นกันในงานพระราชทานเพลิงศพ เช่น ภาพวาดในวัดราชนัดดา วัดขรัวอินโข่ง วัดพระแก้ว หรือภาพราชพิธีที่แสดงให้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชการที่ 5 เสด็จทอดพระเนตรการเล่นหุ่น นอกจากนี้ก็ยังมีเล่นในงานกงสุลงานสถานทูต (เรื่องจาก : หนังสือหนีกรุงไปปรุงฝัน)